Posts Tagged ‘แจจุง’

คิมแจจุง “แฟนๆ กำลังกังวลเรื่องรูปถ่ายที่มีผ้าปิดตาเหรอครับ? เป็นตากุ้งยิงน่ะ ไม่ต้องห่วงนะครับ”

Written on December 22nd, 2011 by Korean Star - Thailandno shouts

kim jaejoong

คิมแจจุง วง JYJ เผยรูปของตัวเองที่มีผ้าปิดตาในทวิตเตอร์ซึ่งทำให้แฟนๆ กังวลใจ บริษัทต้นสังกัดของเขาบอกว่านั่นเป็นแค่ตากุ้งยิงธรรมดาและบอกแฟนๆ ว่าไม่ต้องเป็นห่วง

ในวันที่ 20 ธันวาคม ระหว่างการคุยทางโทรศัพท์กับ TV Report ฝ่ายของคิมแจจุงบอกว่า “แฟนๆ มากมายกำลังเป็นห่วงเพราะเรื่องผ้าปิดตาของแจจุง ตาของเขาไม่ได้รับบาดเจ็บนะครับ เขากำลังได้รับการรักษาเรื่องตากุ้งยิงอยู่ ไม่ต้องเป็นกังวลครับ

ก่อนหน้านั้น คิมแจจุงทวิตรูปและเขียนว่า “ไม่มีส่วนไหนในร่างกายผมที่แข็งแรงเลย ทุกคนดูแลสุขภาพด้วยนะครับ” ซึ่งทำให้แฟนๆ เป็นห่วง เจ้าหน้าที่กล่าวว่า “หลังจากทัวร์คอนเสิร์ตยุโรป เขาเดินทางไปเที่ยวช่วงสั้นๆ กับเพื่อนร่วมงานในบริษัทและกำลังเตรียมตัวสำหรับอัลบั้มหน้า ดูเหมือนว่าเขาเป็นตากุ้งยิงเพราะตารางงานที่ยุ่ง มันจะดีขึ้นหลังจากได้พักผ่อนสักวันสองวันครับ

ในขณะเดียวกัน คิมแจจุงจบงานแฟนมีตติ้งที่เมืองเซี่ยงไฮ้เมื่อวันที่ 10 ธันวาคมและกำลังทุ่มเทกับการทำงานในอัลบั้มต่อไป

Source: TV Report via Nate
Translation by: The_Little_Pear of JYJ3
Shared by: JYJ3

คิมแจจุง วง JYJ – จีซอง – ชอยคังฮีจะกลับมารวมตัวกันอีกครั้งทางวิทยุ…

Written on December 22nd, 2011 by Korean Star - Thailandno shouts

คิมแจจุง วง JYJ, จีซองและ ชอยคังฮีผู้ได้รับความรักอย่างมากมายจากละครฤดูร้อนเรื่อง ‘Protect the Boss’ ทางช่อง SBS จะกลับมารวมตัวกันอีกครั้งหลังจากพักใหญ่

บุคคลทั้งสามจะกลับมารวมตัวกันทางรายการวิทยุของ KBS รายการ ‘Vol de Nuit ของชอยคังฮี’ เวลาเที่ยงคืนจากวันที่ 25-26 ธันวาคม เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา คิมแจจุงออกรายการ ‘Pump up the Volume’ ของชอยคังฮี เป็นเซอร์ไพรส์ผ่านทางโทรศัพท์ แต่ในครั้งนี้ เขาจะมาที่สตูดิโอด้วยตนเองและกำลังได้รับความคาดหวังอย่างมากจากแฟนๆ

ผู้กำกับที่รับผิดชอบรายการ ‘Vol de Nuit ของชอยคังฮี’ เผยในทวิตเตอร์ของเขาว่า “ในตอนแรกของรายการ Vol de Nuit ของชอยคังฮีในวันที่ 25 จีซองและคิมแจจุงวง JYJ ที่แสดงร่วมกับเธอในละครเรื่อง ‘Protect the Boss’ จะมาออกรายการและสร้างวันคริสมาสต์ที่อบอุ่นครับ โอ้ ใช่เลย! น่าตั้งตารอฟังนะครับ

หลังจากทราบข่าว แฟนๆ ต่างให้ความคาดหวัง “ฉันรู้สึกเหมือนฉันได้รับของขวัญชิ้นใหญ่สำหรับวันคริสมาสต์เหงาๆ ของฉันเลยค่ะ” “ดีจังที่จะได้เจอกับคู่ชา-ชาหลังจากไม่ได้เจอมาพักใหญ่” “คงจะดีนะคะถ้าคุณวังจีฮเยมาออกรายการด้วยได้ น่าเสียดายจังแต่ก็ดีที่ได้คิดถึงละครเรื่องนั้นค่ะ

Source: Topstar News
Translation by: The_Little_Pear of JYJ3
Shared by: JYJ3

JYJ คิม จุนซู เปิดเผยภาพกิจกรรมปีนเขาของเขา กับ ยูชอน และ แจจุง

Written on December 8th, 2011 by Korean Star - Thailandno shouts

jyj
JYJ คิม จุนซู / Kim Junsu ได้เปิดเผยภาพถ่ายของเขากับเหล่าสมาชิก หลังจากที่พวกเขาปีนเขา

เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม คิม จุนซู ได้ทวิตภาพในทวิตเตอร์ของเขาพร้อมกับข้อความว่า “ที่ประชุมลับสุดยอด.. ^^ มันผ่านมาได้สักพักแล้ว (ตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่พวกเราได้มาปีนเขา), ทำได้ดีมาก ทุก ๆ คน

จากภาพแสดงให้เห็นเหล่าสมาชิก JYJ กำลังนั่งพักกันที่ขั้นบันได จากภาพได้แสดงให้เห็นว่าสมาชิกต่างนั่งยืดขาไปข้างหน้า และหันหน้าไปด้านเดียวกัน

ชาวเน็ตที่ได้เห็นภาพนี้ต่างแสดงความเห็นต่าง ๆ ว่า “ยูชอน/Yoochun ดูเหนื่อยมาก”, “ถึงแม้ว่าฉันจะชอบรูปที่แจจุงถ่ายยูชอนกับตุ๊กตาหิมะ แต่มันก็ดีกว่าที่ได้เห็นทั้ง 3 อยู่ในภาพเดียวกัน” “แจจุงนั่งท่าขัดสมาธิ” และความเห็นอื่น ๆ อีกมากมาย

ที่มา : http://sharingyoochun.net/

คิมแจจุง วง JYJ คว้าอันดับหนึ่งสำหรับ “ดาราชายที่คุณอยากจะออกเดทด้วยในวันที่หิมะตกครั้งแรกของปี”

Written on December 5th, 2011 by Korean Star - Thailandno shouts

คิมแจจุง วง JYJ ศิลปินซึ่งทำกิจกรรมทั้งในฐานะนักร้องและนักแสดงคว้าอันดับหนึ่งสำหรับ “ดาราชายที่คุณอยากจะออกเดทด้วยในวันที่หิมะตกครั้งแรกของปี” เวบไซต์เพลง Monkey3 จัดทำโพลเป็นเวลา 8 วันตั้งแต่วันที่ 17 จนถึงวันที่ 23 พฤศจิกายน ผลของโพลชี้ให้เห็นว่าคิมแจจุงชนะผู้เข้าแข่งขันคนอื่นๆ ขาดลอยด้วยคะแนน 64 % [จากคะแนนโหวตทั้งหมด] และคว้าอันดับหนึ่ง

ดาราซึ่งแข่งอย่างอย่างดุเดือดกับคิมแจจุงในโพลไม่ใช่ใครอื่นนอกจากลีซึงกิ ในฐานะนักร้อง นักแสดงและพิธีกร ลีซึงกิเรียกคะแนนโหวตได้ 33% ดาราคนอื่นๆ ซึ่งอยู่ในโพลเช่นกันได้แก่ นักแสดงซงจุงกิ จังอิลวู คิมซูฮยอนและลีมินโฮ

ชาวอินเทอร์เนทชื่นชมเสน่ห์ของคิมแจจุงด้วยกระแสตอบรับว่า “เสน่ห์ของคิมแจจุงที่เอาชนะจักรพรรดิลีซึงกิ” “เขาเป็นผู้ชายที่เราอยากจะออกเดทด้วยทุกวันค่ะ ไม่ใช่แค่วันที่หิมะตกครั้งแรกของปี” และ “ฉันรู้สึกว่าอยากถูกบาดด้วยจมูกคมๆ ของเขาจังเลยค่ะ” ผลของโพลสำหรับคิมแจจุงสามารถวิเคราะห์ได้ว่าเป็นอิทธิพลของ JYJ เมื่อไม่นานมานี้ JYJ จัดคอนเสิร์ตเดี่ยวในประเทศจีน ประเทศสเปนและประเทศเยอรมัน รวมถึงในประเทศเกาหลีเองและโด่งดังอย่างมาก และโพลนี้แสดงถึงความโด่งดังของคิมแจจุงในฐานะดารากระแสเกาหลี

อีกทั้ง บางคนให้คะแนนคิมแจจุงในฐานะนักแสดงแทนที่จะเป็นคิมแจจุงในฐานะนักร้อง เขาแสดงให้เห็นถึงพรสวรรค์ในละครเรื่อง “Protect the Boss” ทางช่อง SBS เขารับบทผู้อำนวยการเครือบริษัทในละครและสวมบทของลูกชายเครือบริษัทได้อย่าง น่าพอใจที่สุด นอกจากนั้น คิมแจจุงจะไปพบกับแฟนๆ ราว 4,000 คนในงานแฟนมีตติ้งที่ชื่อว่า “2011 Kim Jaejoong Fanmeeting in Shanghai” ในวันที่ 10 ธันวาคม ณ ศูนย์กีฬายิมนาสติกนานาชาติชางหนิง กรุงเซี่ยงไฮ้ เป็นที่ทราบกันดีว่าละครเรื่อง “Protect the Boss” ของเขาได้รับความนิยมในประเทศจีน จึงเกิดงานแฟนมีตติ้งครั้งนี้ขึ้นมา

ศัลยแพทย์พลาสติกซองฮงชิก (ประธานของ Dream Plastic Surgery) กล่าวว่า “ภาพลักษณ์ของคิมแจจุงในฐานะผู้อำนวยการที่พึงพาได้ในเครือบริษัทขนาดใหญ่ นั้นโดดเด่นในละครเรื่องนั้นครับ จมูกที่โด่งเป็นสันของเขาเสริมภาพลักษณ์ขึ้นไปอีก” เขากล่าวต่อไปว่า “จมูกของผู้ชายที่โด่งเป็นสันและคมสร้างให้เกิดความรู้สึกโดยรวมของความมั่น ใจและพึงพาได้ครับ จมูกของคิมแจจุงเป็นจมูกที่ผู้ชายทุกคนอยากจะมี

ในขณะเดียวกัน ศิลปินวง JYJ ซึ่งมีคิมแจจุงเป็นสมาชิกได้รับชื่อเล่นว่า “ไอดอลแห่งการแบ่งปัน” พวกเขาบริจาคเงิน 200 ล้านวอนแก่ผู้ประสบอุทกภัยในประเทศไทยที่กำลังทุกข์ทรมานเพราะความเสียหาย จากน้ำท่วม เงินส่วนนี้จะใช้ในการช่วยเหลือฉุกเฉินและเป็นทุนสำหรับการซ่อมแซมและบูรณะ ในภายหลัง

Source: Nate
Translation Credit: JYJ3
Please do not add to, alter, or remove the credits
แปลไทย: ลูกแก้วใสกิ๊งระริ๊ง

บทสัมภาษณ์ของแจจุงกับ Maison “ความฝันอันสูงสุดของผมคือ…”

Written on October 24th, 2011 by Korean Star - Thailandno shouts

อพาร์ทเมนต์แบบลูกผู้ชายของแจจุง

แจจุงแห่ง JYJ ผู้ซึ่งได้เริ่มแสดงละครไม่เพียงแต่ในญี่ปุ่นเท่านั้นแต่ยังได้แสดงในเกาหลี ผ่านละครที่เพิ่งจบไปไม่นานนี้อย่าง Protect the Boss ได้เสร็จสิ้นการตกแต่งภายในบ้านของเขาถึงแม้ว่าจะมีตารางงานแสนยุ่งและได้ ย้ายเข้าไปยังบ้านหลังใหม่ มันเป็นสถานที่ซึ่งส่วนใหญ่แล้วจะคงสิ่งของตกแต่งที่มีอยู่แล้วรวมถึงโครง สร้างต่างๆ ไว้อย่างที่เป็น และใช้เพียงแค่การปรับเปลี่ยนรูปแบบซึ่งก่อให้เกิดความรู้สึกที่แตกต่างตาม แบบฉบับของลูกผู้ชายซึ่งทำให้แต่ละห้องโดดเด่นขึ้นมาแทน

“ผมอยากได้ บ้านที่ไม่เหมือนกับบ้าน บ้านที่ไม่ใช่เพนเฮ้าส์หรือห้องโถงแต่ผมหวังว่ามันจะดูราวกับว่าเป็นโถงใหญ่ ในนิวยอร์ค ผมหวังว่ามันจะถูกจัดออกมาในลักษณะเหมือนกับเมืองแต่ก็มีความสนุกสนาน…” แจจุงในฐานะตัวแทนของมัณฑนากรจนถึงผู้ออกแบบ อธิบายฉากภายในบ้านซึ่งเขาระบายด้วยฝีแปรงไปทั่วเช่นนี้ บรรณาธิการซึ่งได้ยินข่าวการย้ายบ้านของแจจุง และข้อเสนอที่จะถ่ายทำบ้านของเขาจากนักออกแบบนั้นลังเลใจอยู่ช่วงหนึ่ง เนื่องจากเรื่องที่ว่าไอดอลนั้นจะเหมาะกับการลงหนังสือ Maison หรือไม่ แต่เมื่อบรรณาธิการได้ยินแนวคิดเกี่ยวกับการตกแต่งภายในที่แจจุงต้องการแล้ว เขาก็มีความอยากที่จะแนะนำบ้านของแจจุงผ่านทางนิตยสาร Maison ด้วยเหตุนี้เองบ้านของเขาถูกตกแต่งอยู่โดยใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือน มันเป็นการทำงานแบบ “แต่งตัวให้กับบ้าน” ด้วยวอลล์เปเปอร์ที่แปลกใหม่ ของตกแต่งบ้านที่มีอยู่แล้ว และโครงสร้างซึ่งไม่ได้มีการเปลี่ยนของมาแทนที่ อย่างไรก็ตามมันจำเป็นต้องใช้ความคิดอย่างมากพอๆ กับการปรับปรุงบ้านและยังเป็นเรื่องที่ใช้เวลามากอีกด้วย หินอ่อนขัดเงาและโคมไฟอันหรูหรา ตู้เสื้อผ้าแบบคลาสสิค และปัจจัยอื่นๆ ที่ตั้งอยู่ทั่วบ้าน และคำถามที่ว่าจะเปลี่ยนพื้นที่ดังกล่าวให้กลายเป็นสถานที่อันดูสนุกสนานและ เหมาะกับผู้ชายโดยไม่กำจัดของพวกนั้นทิ้งไปได้อย่างไร แจจุงเองได้พบกับมัณฑนากร และตรวจสอบรวมถึงดัดแปลงร่างแบบที่เสนอมาอย่างพิถีพิถัน รวมทั้งเลือกเฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งบ้านร่วมกับนักออกแบบด้วย ถึงแม้ว่าเขาจะมีตารางงานที่แน่นขนัดไปด้วยการถ่ายละคร เขาแสดงให้เห็นถึงระดับความกระตือรือร้นต่อการตกแต่งภายในถึงขั้นที่ถ้าหาก เกิดมีช่วงเวลาว่างจากการถ่ายละครของเขาแล้ว เขาจะไปเยี่ยมชมร้านตกแต่งภายในด้วยตัวเองเพื่อจะเลือกซื้อของตกแต่งบ้าน ผลที่ออกมาก็คือแต่ละส่วนในบ้านของเขาเปลี่ยนไปในรูปแบบอันแตกต่าง ดูเป็นผู้ชายและปรับให้เหมาะเพื่อดึงดูดความสนใจ และในพื้นที่นี้เองที่ฉันได้เริ่มพูดคุย “แบบบ้านๆ” กับเจ้าของบ้านหลังนี้ แจจุง

Q: อะไรที่คุณชอบเกี่ยวกับบ้านหลังนี้ที่ทำให้คุณย้ายมา?

ตอนที่เสร็จ เวิล์ดทัวร์ สมาชิกทุกคนของ JYJ ต่างก็เตรียมตัวจะย้ายกันครับ แม่ของยูชอนที่ได้หาบ้านใหม่อยู่นั้น เจอที่นี่และแนะนำให้กับผม มันสะดวกเมื่อคิดถึงเรื่องการเดินทาง มีหน้าต่างขนาดใหญ่และดังนั้นจึงได้รับแสงสว่างเยอะ และผมก็ชอบโครงสร้างของมันด้วย ผมรู้สึกว่าในที่แห่งนี้ สำหรับแต่ละส่วน ผมจะสามารถจัดวางให้มันเป็นรูปแบบใดๆ ก็ได้อย่างที่ผมต้องการ

Q: ฉันคิดว่าเป็นเพราะตารางงานการถ่ายทำละคร การย้ายบ้านและงานตกแต่งภายในคงไม่ใช่เรื่องง่าย มีสาเหตุอะไรหรือเปล่าที่ทำให้คุณผลักดันทั้งหมดนี้ให้เกิดขึ้นถึงแม้ตาราง งานจะยุ่ง

ในบ้านหลัง นี้ผมวางแผนที่จะใช้ชีวิตอยู่ไปอีกนานและดังนั้นผมจึงคิดว่าผมควรจะทำการ ตกแต่งภายในก่อนที่ผมจะย้ายเข้ามา และผมคิดว่าถ้าหากผมไม่ตัดสินใจว่าเมื่อไรผมถึงจะย้าย เนื่องจากผมกำลังยุ่ง จึงเป็นไปได้ว่าผมก็คงจะอยู่ในที่ที่ผมอยู่แล้วต่อไป ดังนั้นผมจึงบอกกับตัวเองว่าอย่าเลื่อนมันออกไปอีก

Q: ก่อนหน้านี้คุณก็เป็นที่โจษจันกันไปทั่วในบรรดารายการโทรทัศน์และหนังสือ พิมพ์เมื่อคุณโพสต์ภาพบ้านของคุณทางทวิตเตอร์ใช่ไหม คุณสนใจการออกแบบภายในมาตลอดอยู่แล้วหรือเปล่า คุณเป็นพวกที่ออกไปซื้อของตกแต่งภายในอยู่บ่อยๆ ด้วยหรือเปล่า

ผมคิดว่าถ้า พูดว่าเป็นเพราะมันคือสถานที่ซึ่งผมจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยและผมเองก็มักจะอยู่ บ้านเมื่อไม่มีงานอะไร ทำให้ผมผูกผันรักใคร่กับสถานที่ของผม คงจะถูกต้องมากกว่าที่จะบอกว่าผมรู้สึกสนใจการตกแต่งภายในอย่างมาก บ้านที่ผมอยู่ก่อนหน้านี้ ผมก็ตกแต่งด้วยตัวเอง ผมเคยมีสีดำเป็นสีหลักและผมก็มุ่งไปกับการตกแต่งภายในที่ดูเรียบง่ายแต่เป็น แบบผู้ชาย ผมไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญและดังนั้นแทนที่จะตกแต่งด้วยแนวคิดเฉพาะอย่างใด อย่างหนึ่งในหัว หรือว่ารูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง ผมกลับซื้อเฟอร์นิเจอร์หรือของประดับบ้านซึ่งผมประทับใจในช่วงเวลานั้นๆและ ก็เอามาตกแต่งบ้าน ผมมีโอกาสมากมายที่ได้ไปต่างประเทศแต่ส่วนใหญ่มักจะไปแสดงคอนเสิร์ตหรือถ่าย รูป และนั่นทำให้ผมไม่ได้มีช่วงเวลาส่วนตัวมากนักเวลาอยู่ต่างประเทศ ดังนั้นผมจึงซื้อของประดับบ้านส่วนใหญ่ในเกาหลี ผมไปห้างสรรพสินค้า ถนนเฟอร์นิเจอร์ในนนฮยองดง และร้านเฟอร์นิเจอร์ในชงนานดง บ้าง และบางครั้งผมก็ไปชิมชางดง หรือตลาดขายของในสถานีรถไฟด่วนใต้ดิน และเมื่อผมเจอร้านตกแต่งภายในที่ผมชอบขณะที่ผมอยู่ในรถ ผมก็จะหยุดรถทันทีและลงไปดูครับ

Q: มีเหตุผลอะไรที่ทำให้คุณปรึกษานักออกแทนที่จะแต่งภายในด้วยตัวเอง

ผมคิดว่าถ้า หากมีคนที่เชี่ยวชาญมาทำให้ แน่นอนว่าจะต้องมีรายละเอียดที่เปลี่ยนแปลงไป และผมเองก็มีความคาดหวังในมุมนั้นไว้สูงอยู่โดยเฉพาะเหมือนกัน ยิ่งเมื่อผมได้ยินว่าจะมีการเยี่ยมชมโดย Maison ด้วยแล้ว ผมดีใจเพราะผมรู้สึกว่าภาพที่วนเวียนอยู่ในหัวของผมขณะที่พูดคุยกับบรรดาผู้ เชี่ยวชาญนั้นจะออกมาให้เห็นได้ในรูปแบบที่ดูดียิ่งขึ้น

Q: คุณกล่าวว่าคุณต้องการแนวคิดอย่างเช่นว่า บ้านที่ไม่เหมือนบ้านโถงในนิวยอร์ค บ้านแบบในที่คุณหวังว่ามันจะเป็น เอาแบบเฉพาะเจาะจงอีกหน่อย

ผมหวังว่า มันจะเป็นบ้านที่เหมือน “แผนที่ท่องเที่ยว” ผมชอบที่จะอยู่ในบ้านของผมเมื่อไม่มีการแสดงคอนเสิร์ตหรือถ่ายละคร ช่วงนี้ผมทำงานเกี่ยวกับเพลงในบ้านของผมก่อนที่เราจะอัดเสียงกันด้วย ดังนั้นแทนที่จะให้ทุกส่วนของบ้านอยู่ภายใต้แนวคิดแบบเดียวกัน ผมอยากจะให้แต่ละห้องถูกออกแบบมาด้วยแนวคิดต่างๆ กัน ดังนั้นจึงทำให้ถึงแม้ว่าผมอยู่ในบ้านตัวเองมันก็จะเป็นสถานที่อันสนุกสนาน และผมสามารถทำทุกอย่างที่ผมต้องการราวกับว่าผมกำลังเดินทางอยู่ นั่นคือสิ่งที่ผมขอจากคนออกแบบครับ

Q: ตอนนี้คุณได้เห็นบ้านที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว เป็นอย่างไรบ้าง คุณพอใจหรือเปล่า

ครับ ผมพอใจครับ สิ่งที่ผมได้วาดไว้ในหัวของผม จุดที่ผมอยากจะแสดงออกมาในแบบต่างๆ ทั้งหมดต่างก็มีชีวิตอยู่ในบ้านหลังนี้ และดังนั้นผมจึงคิดว่าผมจะใช้ชีวิต “ติดบ้าน” ยิ่งกว่าเดิม เมื่อครอบครัวของผม สมาชิก และเพื่อนๆ จากญี่ปุ่น รวมถึงผู้ร่วมงานในบริษัทมาและบอกผมว่า “การใช้ประโยชน์จากพื้นที่นี่ดีจังและเฟอร์นิเจอร์รวมทั้งของตกแต่งก็ดูดี ด้วย” ผมรู้สึกภูมิใจมากเลยครับ เหนือสิ่งอื่นใด เวลาที่ผมรู้สึกพอใจมากที่สุดก็คือเมื่อผมอยู่คนเดียว ห้องนอนมันอบอุ่นและสบายมาก และห้องนั่งเล่นก็สะดวกสบาย ห้องนั่งเล่นห้องเล็กก็ผ่อนคลาย และในห้องทำงานผมก็สามารถตั้งสมาธิได้…

Q: พื้นที่ส่วนไหนที่คุณชอบมากที่สุด

ห้องนั่ง เล่นห้องเล็ก(ห้องที่สอง)ครับ ผมใส่ความคิดเข้าไปในห้องนั้นหลายอย่างเลยทีเดียว ผมหวังว่ามันจะเป็นสถานที่ที่ให้ความผ่อนคลาย ที่ซึ่งเพื่อนๆ ของผมสามารถมาเล่นเกมส์และอ่านการ์ตูนกันได้ ผมได้ขอว่าผมอยากได้ห้องที่ผมสามารถเก็บสิ่งของที่ผมซื้อพวกมันเมื่อผมไป ต่างประเทศได้ ตอนที่ผมบอกนักออกแบบถึงโทนสีโดยรวมและรูปแบบของโซฟาและเรื่องอื่นๆ นักออกแบบเสนอร่างคร่าวๆ บางจุดภายใต้แนวคิดของห้องสำหรับเล่น ในบรรดาร่างเหล่านั้น ภาพที่ผมชอบมากที่สุดก็คือภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบันที่นี่ ผมยังหวังด้วยว่าเฟอร์นิเจอร์ที่จะถูกจัดไว้ที่นี่ยังมีรูปแบบที่เป็น เอกลักษณ์และให้ความรู้สึกสนุกสนาน ห้องนี้เป็นห้องที่ผสมผสานระหว่างของตกแต่งต่างๆ ซึ่งเปล่งประกายคุณค่าออกมาถึงแม้ว่ามันจะเก่าแก่และเฟอร์นิเจอร์ซึ่งทำมา เป็นพิเศษ ประดิษฐ์มือขึ้นมาเพื่อให้เข้ากับสิ่งที่ผมต้องการ และนั่นคือสิ่งที่ผมต้องการด้วยครับ

Q: ถ้าหากมีสิ่งที่คุณได้เรียนรู้ใหม่ๆ ในขณะที่ตกแต่งบ้านของคุณในครั้งนี้ มันคืออะไร

ผมรู้สึกว่า ถึงแม้ในขณะที่ตกแต่งบ้านของใครสักคน ในขั้นตอนแรกของการทำงาน การสร้างแผนงาน เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด การจับเอกลักษณ์ของบ้าน การตัดสินใจเลือกแนวคิด การตัดสินใจเลือกการออกแบบเฉพาะอย่าง – ขั้นตอนดังกล่าวเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด เหนือสิ่งอื่นใด ผมยังได้เรียนรู้ด้วยว่ามันก็เหมือนกับแฟชั่น มันไม่ใช่เรื่องดีหากจะตกแต่งมากเกินไปหรือใช้สีสันเป็นแบบเดียวกันไปหมด ผมยังได้เรียนรู้ด้วยว่าแทนที่จะตัดสินใจอย่างฉับพลันในช่วงเวลานั้นๆ เพราะคุณรู้สึกว่าคุณชอบมัน คุณควรจะรักษาแนวการออกแบบที่คุณวางแผนไว้ในตอนแรกเพื่อให้ได้ผลลัพท์ที่ดี

Q: เนื่องจากคุณยุ่งมาก มันคงจะมีช่วงเวลาอันยากลำบากมากมายในระหว่างขั้นตอนการออกแบบตกแต่งภายใน

ในระหว่าง ขั้นตอนที่จะไปถึงเส้นชัย ผมก็ยุ่งมากเลยจริงๆล่ะครับ ดังนั้นจึงมีหลายครั้งที่ผมต้องพูดคุยกับมัณฑนากรและบริษัทก่อน แล้วจากนั้นจึงได้รับข้อมูลส่วนที่เพิ่มเติมและหลังจากนั้นก็ตัดสินใจจากแบบ สองสามอันที่ได้รับมา แล้วจึงส่งกลับให้กับมัณฑนากรอีกครั้ง เป็นเพราะนิสัยของผมเองด้วยทำให้ผมไม่สามารถทำมันแบบเอาใจใส่แค่ครึ่งเดียว ได้ ดังนั้นบางครั้งผมก็กลับบ้านมาหลังจากถ่ายทำทั้งคืนและตอนนั้นก็มีความคิด เกี่ยวกับการตกแต่งภายในที่ผุดขึ้นมาในหัว และก็ได้บอกไอเดียกับนักออกแบบไป หรือมีบางครั้งที่ผมอยู่ระหว่างการเดินทางไปยังสถานที่ถ่ายทำ ผมก็จะมองไปรอบๆ หาร้านตกแต่งภายในที่ผมอยากจะไปเยือนเมื่อผมหาเวลาได้ ถึงแม้ว่าผมจะไม่มีเวลา แต่ผมมีหลายอย่างที่ผมอยากจะทำ…นั่นคือสิ่งที่ยากที่สุด แต่ตอนนี้ผมเสร็จสิ้นการตกแต่งภายในแล้ว ผมรู้สึกได้ว่ามันดีจริงๆ เลยที่ผมได้ทำมันออกมาแบบนี้ ไม่ว่าบ้านจะดูดีเหมาะเจาะเพียงใด มันจะมีประโยชน์อะไรถ้ามันไม่ใช่สิ่งที่ผมชอบ

Q: คุณบอกว่าคุณมักจะอยู่บ้านหากคุณไม่มีงาน เวลาคุณพักผ่อนอยู่ที่บ้าน คุณใช้เวลาไปอย่างไรบ้าง

เมื่อผมพัก ผ่อน มีหลายอย่างจริงๆ เลยครับที่ผมทำให้บ้าน – ผมดูหนังในห้องนั่งเล่นหรือว่าดื่มบนโต๊ะที่ระเบียง เมื่อผมเข้าห้องทำงานเพื่อทำเพลง ยากมากที่ผมจะออกมา เมื่อครอบครัวหรือเพื่อนมาเยี่ยม ผมก็ทำอาหารให้พวกเขาด้วยครับ

Q: ใน Protect the Boss ก็มีฉากที่คุณทำอาหารด้วย คุณทำอาหารเก่งจริงๆ หรือเปล่า ตอนนี้เมื่อฉันมองไปรอบๆ แล้ว ระบบครัวของคุณดูจะตกแต่งไว้พร้อมและอุปกรณ์ทำอาหารอย่างเช่น หม้อหรือกระทะนั้นก็มีการจัดหามาอย่างดีด้วย

ผมอาศัยอยู่ ในระบบหอพักมาตั้งแต่เด็ก เมื่อผมทำอาหารและแบ่งให้สมาชิกได้ทานและพวกเขาก็กินอย่างเอร็ดอร่อย ผมจะรู้สึกดีครับ ตอนนี้เมื่อผมมีเวลา ผมจะซื้อของชำที่ตลาดด้านล่างและก็ทำอาหารดีๆ ให้กับตัวเองด้วยเช่นกัน ผมชอบการทำอาหาร และที่มากไปกว่านั้นก็คือผมคิดว่าผมชอบขั้นตอนการสร้างและได้เรียนรู้สิ่ง ใหม่ๆ ไม่ว่ามันจะเป็นอะไรก็ตาม ชามูวอน คนที่ผมรับบทในละคร เป็นตัวละครที่ต่างไปจากผมอย่างสิ้นเชิง แต่เขามีบางส่วนที่คล้ายกับผมเหมือนกัน หนึ่งในนั้นคือการทำอาหารครับ

Q: นอกจากการทำอาหารแล้ว คุณมีงานอดิเรกอะไรอีกบ้าง ตอนนี้ฉันได้เห็นชั้นวางหนังสือของคุณ ดูเหมือนว่าคุณจะอ่านนิยายเยอะเหมือนกันนะ

ตอนนี้ผมหลง รักการขี่จักรยานครับ ผมขี่จักรยานทุกวันเลย และมันก็ทำให้หัวผมโล่ง มันเยี่ยมมาก สำหรับเรื่องหนังสือ ผมพยายามจะอ่านมันให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เมื่อผมไปร้านหนังสือผมจะไปมุมหนังสือขายดีเพื่อดูว่าหนังสือเล่มไหนกำลัง เป็นที่ชื่นชอบ และผมจะเอามันมาตัดสินใจในการเลือกหนังสือด้วย ผมยังได้รับคำแนะนำจากคนรอบข้างมากมายอีกด้วย

Q: คุณมีซีดีเยอะแยะเลย เหมาะกับคนที่ทำงานดนตรี สำหรับเรื่องดนตรีแล้ว คุณฟังดนตรีที่ไหนบ่อยๆ บ้าง

ห้องนั่ง เล่น ระเบียง ห้องทำงาน – ผมฟังดนตรีทุกที่ที่ผมอยู่ ผมเชื่อว่าดนตรีเชื่อมต่อทุกสิ่งที่ผมเป็น เมื่อผมทำงานเพลงมีหลายๆ ครั้งที่ผมจะทำสมาธิก่อน 1-2 ชั่วโมงระหว่างการฟังดนตรี เมื่อผมทำอย่างนั้น บางครั้งผมจะสามารถเขียนเนื้อร้องออกมาได้ก่อนหรือบางครั้งก็มีแนวคิดเกี่ยว กับเพลงออกมาจากหัวของผมในตอนนั้นๆ

Q: คุณรู้สึกอย่างไรกับการเสร็จสิ้นการตกแต่งภายในและเช่นเดียวกับการถ่ายละคร

พูดในคำ เดียวก็คงเป็นว่าผมมีความสุขครับ ละครเรื่องนี้เป็นงานแรกของผมในเกาหลี และเพราะผมโชคดีมากๆ ผมจึงได้พบกับผู้คนที่ยอดเยี่ยมมากมายเลยจริงๆ และผมได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างระหว่างที่ใช้ชีวิตเป็นมูวอน ผมลืมสิ่งที่มูวอนพูดในตอนสุดท้ายไม่ลง “ผมอยากจะเป็นนักธุรกิจมือสะอาด ถนนสายนั้นอาจจะยากลำบาก คุณจะไปกับผมไหม” เขากล่าวข้อความนี้ขณะที่เขากำลังขอแต่งงาน และนั่นอาจจะเป็นเพราะผมรู้สึกว่ามันคล้ายกับสถานการณ์ของผม มันจึงยังคงอยู่ในหัวของผม

Q: ถ้าหากคุณมีแผนอะไรในอนาคต ช่วยบอกฉันหน่อย ฉันสงสัยเกี่ยวกับแผนต่อไปของคุณเกี่ยวกับการตกแต่งภายในบ้านด้วย

สำหรับ เรื่องบ้าน แทนที่จะเปลี่ยนแปลงอะไรมากมาย ผมจะอยู่กับการผลัดเปลี่ยนเครื่องตกแต่งหรือวัสดุไปตามฤดูกาลมากกว่า และถ้าผมซื้อเฟอร์นิเจอร์หรืออุปกรณ์แต่งบ้าน ผมวางแผนไว้ว่าจะหาของที่จะไม่ล้าสมัยไปถึงแม้ว่าผมจะใช้มันนานๆ แต่กลับจะเปล่งประกายมากขึ้นด้วยคุณค่าในตัวมัน ประมาณช่วงที่ Maison ฉบับเดือนพฤศจิกายนออกวางแผง ผมจะมุ่งหน้าไปแสดงคอนเสิร์ตที่สเปน วันที่ 29 ตุลาคม มีคอนเสิร์ตที่สเปน และช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนก็มีคอนเสิร์ตที่เยอรมัน หลังจากผมเสร็จทัวร์ยุโรปแล้วผมคิดว่าผมจะทำงานแต่งเพลงใหม่ขณะที่พักผ่อน ผมยังได้เตรียมแผนบริจาคงานการกุศลไว้ ไม่ใช่แต่ผมเท่านั้นนะครับ แต่สมาชิกทั้งหมดก็สนใจในเรื่องการให้ดังกล่าวเป็นอย่างมาก เมื่อเราให้เราจะมีความสุข และผมเชื่อว่าหากเราแสดงให้เห็นถึงการให้ เราจะมีผลกระทบในด้านบวกต่อคนมากมาย ถึงแม้ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็ตาม ผมยังมีความปรารถนาที่จะเล่นบทหลากหลายในฐานะนักแสดง เมื่อผมได้เล่นละครเรื่องนี้ผมจึงได้ตกลงในหลุมความดึงดูดของการแสดงลึกลงไป กว่าเดิม ตอนนี้ผมจะมุ่งไปยังคอนเสิร์ตของ JYJ และทำงานเพลง และประมาณปีหน้า ผมอยากจะรับงานดีๆ อีกครั้ง ความฝันอันสูงสุดของผมก็คือได้มีความสุขกับแฟนๆ ในฐานะ JYJ  มันอาจจะดูเป็นนามธรรมไปสักหน่อยแต่มันก็เป็นความฝันและเป้าหมายใหญ่ที่สุดที่ผมมีครับ

แจจุงได้ทานยาแก้ปวดหัวไปเพราะเขาไม่ สามารถนอนได้เนื่องจากการถ่ายทำทั้งคืนเมื่อคืนก่อนหน้า แต่ระหว่างการถ่ายบ้านของเขานั้น เขาไม่ได้ขมวดคิ้วหรือบ่นออกมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว เมื่อฉันไม่เห็นเขาและก็คิดว่าบางทีเขาอาจจะเข้าไปในห้องตัวเองเพื่อพักผ่อน เขากลับคอยตรวจเช็คการตกแต่งเป็นรอบสุดท้ายกับนักออกแบบ หรือไม่ก็จัดบ้านอยู่ แม้กระทั่งหลังจากเสร็จสิ้นการถ่ายทำไปแล้ว และทีมงานทั้งหมดต่างก็บอกให้เขานอน เขากลับแสดงให้เราเห็นถึงระดับพลังที่ไม่ธรรมดาด้วยการกล่าวว่ามันคงจะดี กว่านี้ถ้าหากเขาออกไปขี่จักรยานแล้วจึงค่อยนอน และก็เริ่มเข็นจักรยานออกไปที่ระเบียง “แจจุ งเป็นเจ้าของบ้านที่ฟังความคิดของนักออกแบบและเราก็สื่อสารกันและกันได้ด้วย ดีจริงๆ เขาสนใจการตกแต่งภายในอย่างมากและเขายังมีไอเดียและอารมณ์ละเอียดอ่อนที่ดี อีกด้วย นอกเหนือไปจากนั้นเขาไม่ได้ฟังแต่เสียงตัวเอง แต่มักจะเชื่อใจนักออกแบบ และนั่นทำให้ผมสามารถทำงานได้ด้วยความสบายใจยิ่งขึ้น” ปาร์คชางมิน หัวหน้าทีมของ Garage ซึ่งจัดการงานด้านออกแบบกล่าวว่างานี้เป็นประสบการณ์ที่น่าชื่นชมสำหรับเขา ในฐานะนักออกแบบ สำหรับตัวฉันเอง ในฐานะบรรณาธิการ ฉันก็เห็นได้ถึงความรักที่แจจุงมอบให้กับบ้านหลังนี้ในขณะที่เขาประดับประดา บ้านของเขาซึ่งใช้เวลาไปมากกว่าหนึ่งเดือน เมื่องานนั้นเริ่มขาดแนวคิดและคุณภาพที่เขาต้องการ เขาจึงเริ่มแสดงออกถึงด้านที่ห้าวหาญด้วยการปฏิเสธอภิสิทธิ์ที่เขาได้รับใน ฐานะคนดัง “เนื่องจากผมมองหาบ้านที่ผมชอบ เสียงหัวเราะจึงมาหาผมด้วยตัวมันเอง และผมก็มีความสุขเพราะทุกคนได้ตั้งใจทำงานด้วยกันมาอย่างหนัก ขอบคุณนะครับ” นั่นคือคำตอบของเขาสำหรับการอำลาจากฉันซึ่งต้องขอบคุณเขาสำหรับรอยยิ้มที่มี ตลอดการถ่ายทำถึงแม้เขาจะอิดโรย ในระหว่างการอำลาสั้นๆ นี้ ฉันรู้สึกได้อีกครั้งถึงความจริงที่ว่า “บ้าน” “การตกแต่งภายใน” มอบพลังแห่งความสุขแบบนี้ให้ และฉันยังรู้สึกภูมิใจที่ Maison ได้มาเป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึกนี้

Source: Maison Korea
Translation Credit: JYJ3
Please do not remove, alter, or add to the credits.
แปลไทย: 3rebelangels.wordpress

วังจีฮเย เรื่องราวเฉียดตายจากการจูบกับคิมแจจุง?

Written on October 16th, 2011 by Korean Star - Thailandno shouts

ละครเรื่อง ‘Protect the Boss’ ทางช่อง SBS ที่เพิ่งจบเมื่อไม่นานมานี้ เธอรับบทเป็นเซานายุน ทายาทเครือบริษัทรุ่นที่ 2 ผู้น่ารักและไม่รู้จักโต และได้รับความรักมากมายจากเหล่าผู้ชม เธอสารภาพว่า “ในตอนท้ายของละคร ฉันมีจูบรสนมแบบหวานๆ กับคิมแจจุง แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันยากมากจริงๆ ค่ะเพราะฉันแพ้นม

ในครึ่งหลังของละคร วังจีฮเยมีจูบรสนมกับคิมแจจุงซึ่งกำลังดึงดันเรื่องความรักกันอยู่ หลังจากปาดนมที่ริมฝีปากของคิมแจจุงด้วยนิ้วโป้งแล้ว วังจีฮเยกระชากเขาเข้ามาจูบอย่างดูดดื่มซึ่งกลายเป็นเรื่องที่ทุกคนกล่าวถึง อยู่นาน แต่วังจีฮเยผู้มีปัญหาแพ้ผลิตภัณฑ์จากนมวัวตั้งแต่เด็กบอกว่า “หลังจากได้รับและอ่านบทละครแล้ว ฉันกลัวเรื่องที่ปากของฉันต้องสัมผัสกับนมค่ะ แต่ฉันก็แข็งใจไว้เพื่อการแสดง” ถ้าหากเธอทานผลิตภัณฑ์จากนมวัว ใบหน้าของเธอ… ลำคอของเธอ จะเห่อแดงและเธอจะมีผื่นลมพิษระคายเคือง

วังจีฮเยบอกขณะยิ้มว่า “จนถึงตอนนี้ มันเป็นฉากจูบที่อยู่ในความทรงจำมากที่สุดที่ฉันเคยถ่ายทำค่ะ” และ “คุณแจจุงมีเซนส์ที่ดีมากๆ ดังนั้นเราก็เลยถ่ายทำฉากนั้นเสร็จเร็ว ไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้นค่ะ

Source: Nate News
Translation Credit: The_little_pear JYJ3
Please do not remove, alter, or add to the credits
แปลไทย: ลูกแก้วใสกิ๊งระริ๊ง

JYJ: “ในฐานะ ปาร์คยูชอน คิมแจจุง และคิมจุนซู…”

Written on October 9th, 2011 by Korean Star - Thailandno shouts

Q: คุณมีแผนการอย่างอื่นในปีนี้นอกจากกิจกรรมในฐานะ JYJ บ้างไหม
จุนซู: พวกเราไม่สามารถบอกอะไรได้แน่นอนจริงๆ ณ ตอนนี้ เพราะเราอาจจะบอกว่าเราจะทำแต่สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้ทำอะไรเลย หรือบอกว่าเราจะไม่ทำแต่สุดท้ายก็ทำสิ่งต่างๆ หากเราได้รับข้อเสนองานที่ดีมากๆ ดังนั้นถึงแม้ว่าเราตั้งใจไว้ว่าจะจบปีนี้ด้วยกิจกรรมของพวกเราในฐานะ JYJ มันก็ไม่ได้กำหนดตายตัวเพราะเราเคยมีละครและมิวสิคคัลมากมายที่ผ่านมา

Q: อะไรผลักดันให้คุณดึงตัวเองเข้าไปสู่ความท้าทายอื่นๆ เช่น การแสดงละคร มิวสิคัล และการโปรดิวซ์โชว์อยู่โดยตลอด
แจจุง: สิ่งที่ดีที่สุดคงจะเป็นทำได้ดีอย่างน้อยอย่างใดอย่างหนึ่ง (หัวเราะ) เพราะมันคงจะทำให้คุณไปได้อีกไกล แต่สำหรับผมแล้วมันเป็นเรื่องของความพอใจส่วนตัวมากกว่าเหตุผลเจาะจงอื่นใด ผมชอบเข้าไปขัด ไปยุ่งเรื่องชาวบ้านครับ และถ้ามีอะไรผิดก็จะพยายามทำให้มันถูก นั่นคือทำไมผมจึงมาเป็นโปรดิวเซอร์งานด้วยในบางครั้ง แม้แต่เรื่องการเขียนเพลง มันก็เพราะมีเพลงหนึ่งที่ผมไม่ชอบ ดังนั้นผมจึงบอกว่าผมจะพยายามแต่งเพลงด้วยตัวเอง และผมก็ชอบสิ่งที่ผมทำจริงๆ ดังนั้นผมจึงมาแต่งเพลง

Q: ถ้าอย่างนั้นพวกคุณเคยคิดจะไปลองด้านอื่นๆ ของวงการบันเทิงที่พวกคุณยังไม่ได้ทำบ้างหรือเปล่า
ยูชอน: ส่วนตัวแล้วผมไม่มั่นใจกับงานมิวสิคคัล ผมคิดว่าผมจะถูกจับไปเปรียบเทียบกับจุนซูมากเกินไป
แจจุง: ถ้าคุณคิดแบบนั้น ผมก็คงไม่อยากจะแสดงตั้งแต่แรกแล้วเหมือนกันเพราะผมไม่อยากถูกเอาไปเปรียบเทียบกับยูชอน
ยูชอน: แต่เรากำลังคิดที่จะทำงานเดี่ยวหลากหลายกันไป
แจจุง: เราไม่ได้ตีเส้นจำกัดขอบเขตว่างานด้านไหนที่เราจะทำต่อไป แต่เหตุผลแรกที่เราทำงานเดี่ยวก็เพื่อทำให้ JYJ เป็นที่รู้จักมากขึ้น เราสามารถไปขึ้นรายการเพลงตามโทรทัศน์ได้ดังนั้นงานเดี่ยวของเราจึงเป็นสิ่ง ที่ทำให้ชื่อของเราในการแสดงละครหรือมิวสิคัลเป็นที่รู้จัก แต่เราก็ค่อยๆ ซึมซาบงานเหล่านั้นเช่นกัน

Q: ยูชอน ส่วนใหญ่แล้วคุณมักได้เล่นบทที่สุขุม คุณอยากจะเล่นบทที่สดในหรือว่าบทที่เหมือนเจ้าชายทรงเสน่ห์บ้างไหม
ยูชอน: มีตัวละครหลายแบบที่ผมอยากเล่นแต่ไม่ใช่ว่าผมจะเล่นสมบทบาทได้ทั้งหมด ดังนั้นผมจึงอยากค่อยๆ ใช้เวลาไป

Q: บทแบบไหนที่คุณอยากจะเล่นมากที่สุด ถ้าคุณสามารถทำได้
ยูชอน: ส่วนตัวแล้วผมอยากจะเล่นบทผู้ร้ายมากที่สุด คงเป็นเพราะว่าผมรู้ว่าผมดูไม่เหมือนผู้ร้าย แต่การเล่นบทที่แตกต่างจากภาพลักษณ์มันคือทักษะการแสดงล้วนๆ ดังนั้นผมคิดว่าผมควรจะลองท้าทายกับบทแบบนั้นดูหลังจากผมเล่นได้ดีขึ้น

Q: จุนซู คุณจะลองเล่นละครโทรทัศน์บ้างไหม
จุนซู: มันไม่ใช่ว่าผมไม่สนใจนะครับ แต่พอยกตัวอย่าง ผมได้เล่นมิวสิคัลสองเรื่องแล้วในปีนี้ ดังนั้นมันยากที่ผมจะทำงานเดี่ยวต่อไปอีก ผมอยากจะพักบ้างเหมือนกัน และพอสมาชิกในวงผมเล่นเรื่อง Miss Ripley กับ Protect the Boss ระหว่างตอนช่วงนั้น ผมคิดว่ามันคงจะดีถ้าผมคอยเป็นกำลังใจให้พวกเขา ผมอยากจะลองเล่นละครดูเมื่อถึงเวลาแต่เมื่อเห็นยูชอนกับแจจุงลองแล้ว ผมไม่ค่อยรู้สึกอยากทำมันสักเท่าใดแล้วเพราะดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีช่วงเวลา ที่ยากลำบากตอนเล่นละครนะ (หัวเราะ)

Q: ยูชอน บทของคุณที่เป็นซงยูฮวานใน Miss Ripley ไม่เคยแสดงอารมณ์จริงๆออกมา ถึงแม้ว่าแฟนๆ ของคุณอาจจะชอบที่จะดูมันก็ตาม คุณไม่เสียใจกับมันเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้างหรือ?
ยูชอน: ผมทำมันเยอะเลยนะครับ มีหลายครั้งเลยตอนที่ผมเล่นละครเรื่องนี้ ผมคิดว่า ‘นี่ถ้าเป็นผม อารมณ์ผมคงระเบิดออกมาตอนนี้แน่ๆ’ แต่ผมก็แค่พยายามทำความเข้าใจว่าทำไมบทของผมจึงแสดงออกมาอย่างที่เขาเป็น มันไม่ใช่ว่าผมไม่รู้สึกหงุดหงิดกับการกระทำของเขานะครับ แต่ผมแค่บอกกับตัวเองว่ามันอาจจะมีอะไรบางอย่างที่ผิดเกี่ยวกับผมที่รู้สึก อย่างนั้น มารู้สึกอีกทีหลังจากผมถ่ายทำฉากนั้นไปแล้วดูมันทีหลัง ผมจึงทราบว่ามันอาจจะมีวิธีที่แสดงถึงอารมณ์ของเขาโดยไม่ต้องระเบิดออกมาก็ ได้ แต่นั่นคือสิ่งที่ผมขาดไป

Q: คุณจะประเมินการแสดงของแจจุงอย่างไรในฐานะรุ่นพี่ในด้านนี้
ยูชอน: ถ้าจะให้เริ่ม ผมสนุกมากกับการดูละครของเขา และผมไม่คิดว่าผมอยู่ในตำแหน่งที่จะบอกได้ว่าเขาเล่นดีหรือไม่ดี แต่เห็นได้ว่าผมเข้าถึงละครได้อย่างเป็นธรรมชาติ มันจึงดูเหมือนว่าเขาจะแสดงบทบาทของเขาได้ดีมากเลย แจจุงและผมมีภาพลักษณ์ที่ต่างกัน และผมคิดว่าแจจุงทำได้ดีมากๆในการดึงภาพลักษณ์ต่างกันของบทบาทที่เขาได้รับ นั่นคือสิ่งที่ผมอิจฉาเกี่ยวกับเขาและก็ประทับใจไปในขณะเดียวกัน ผมคิดว่าเขาแสดงบทบาทของเขาออกมาได้ดีจนถึงขั้นที่ว่าผมคิดว่าผมอยากจะเล่น บทเหมือนเขาถ้าหากผมมีโอกาส
แจจุง: ขอบคุณนะ รุ่นพี่ (หัวเราะ)

Q: ถ้าอย่างนั้นในฐานะคนที่ได้รับรางวัลนักแสดงหน้าใหม่ยอดเยี่ยมเมื่อปีก่อน คุณคิดว่าการแสดงของเขาเหมาะจะได้รับรางวัลเช่นกันหรือเปล่า
ยูชอน: จากใจจริงเลยนะครับ ทุกคนในบริษัทของเราคิดว่าเขาจะได้ละ โอ้ นั่นเป็นการพูดแรงไปหรือเปล่า (หัวเราะ) ให้ผมแก้ตัวหน่อยนะ…เราคิดกันว่ามันคงจะดีถ้าเขาจะชนะรางวัล
แจจุง: ผมไม่ได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนั้นเลยจริงๆ นะครับ
ยูชอน: แต่จริงๆนะครับ ไม่ใช่ว่าเขาเป็นสมาชิกของวงแต่ทุกคนคิดอย่างนั้นจริงๆ…ใช่ครับ จีซอง ชเวคังฮี และวังจีฮเยต่างก็เป็นนักแสดงที่ยอดเยี่ยม แต่จริงๆเลยนะ ผมคิดว่าเขาเด่นที่สุดเลย (หัวเราะ) คุณไม่คิดอย่างนั้นเหรอครับ จริงๆนะ ผมไม่ได้พูดเล่น ทุกคนยอดเยี่ยมมาก แต่ผมจะพูดอย่างไรดีนะ…มันมีออร่าจากตัวเขา นั่นคือสิ่งที่ผมเห็น
แจจุง: นั่นเป็นเพราะผมได้รับบทที่ใช่ มันคงจะเยี่ยมจริงๆ ถ้าการแสดงของผมดีกว่านี้

Q: ดูเหมือนว่าคุณจะมีเคมีเข้ากันกับจีซองได้ยอดเยี่ยมจริงๆ มากกว่านักแสดงหญิงคนอื่นๆ เสียอีก การทำงานกับเขาเป็นอย่างไรบ้าง
แจจุง: คนที่ได้ดูละครอาจจะเห็นได้นะครับแต่คุณอาจจะเห็นว่าผมเล่นดีขึ้นในทุกๆ ตอน ตัวผมเองก็เห็นอย่างนั้นเหมือนกัน และมันคงเป็นไปไม่ได้เลยหากปราศจากพี่จีซอง ผมมั่นใจว่าเขาเองก็ยุ่งกับการเรียนรู้บทของเขาเองแต่เขาก็ช่วยผมในส่วนการ ท่องบทของผมเช่นกัน และซ้อมแต่ละฉากกับผม นั่นคือสาเหตุว่าทำไมผมจึงรู้สึกสบายใจกับฉากที่ผมเล่นกับเขาและนั่นอาจจะ เห็นได้ในจอ

Q: ผู้เขียนบทละครกล่าวว่าคุณคล้ายกับบทที่คุณเล่นตรงที่ว่าคุณเป็นพวกชอบความ สมบูรณ์แบบ แต่ก็ขี้เล่นและซุ่มซ่ามในบางเรื่อง คุณเห็นด้วยหรือเปล่า
แจจุง: ปกติแล้วบทคนในตระกูลยักษ์ใหญ่(แชโบล)มักจะถูกแสดงออกมาเป็นคนที่สมบูรณ์แบบ ในละคร… พวกเขาฉลาด มีความเป็นนักกีฬา และก็เก่งกับการสร้างความสัมพันธ์ แต่ในละครของเรา มันมีบางอย่างที่แชโบลไม่สามารถทำได้ อย่างเช่น พวกเขาจะแย่เรื่องกีฬาแต่ก็แข็งแกร่งด้านอื่นๆอีกหลายอย่าง ดังนั้นมันจึงถูกแสดงออกมาในทางที่ทำให้พวกเขาดูเหมือนซุ่มซาม และตัวผมก็เหมือนกัน ผมไม่ค่อยกระตือรือล้นมากนักดังนั้นผมก็เลยเล่นกีฬาที่เกี่ยวกับบอลไม่เก่ง ถึงแม้ว่าผมจะดูเก่งมากในละครก็ตาม

Q: พวกคุณที่เหลือเห็นด้วยหรือเปล่าว่ามีมุมซุ่มซ่ามอยู่ในตัวเขา
ยูชอน: กับแจจุงแล้วเนี่ย…มันคงจะดีกว่าถ้าเขาไม่ได้เอาตัวเองออกมาเล่นกีฬาอย่าง ฟุตบอล บาสเกตบอล หรือเบสบอลมากนัก (หัวเรา) แต่บางทีอาจจะเป็นเพราะเขาอยู่กับเรา แต่เราก็ได้สนุกกันนะครับ
จุนซู: อย่างที่เขาบอกไปแล้วละครับ เกมที่เกี่ยวกับลูกบอลเป็นจุดอ่อนของเขา (หัวเราะ)

Q: หรือว่านั่นคือเหตุผลที่ทำให้คุณไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมฟุตบอลรวมดารา อย่าง FC MEN ซึ่งจุนซูเป็นกัปตันทีม คุณไม่ได้รับแต่งตั้งในเล่นในทีมหรือ (หัวเราะ)
แจจุง: มีแค่ชื่อผมเข้าร่วมด้วยเท่านั้นเอง
จุนซู: มันไม่ใช่ว่าเราไม่ตั้งให้เขาเล่น เขาแค่ไม่มาอะครับ
แจจุง: ทุกครั้งที่เรามีเตะ สื่อก็จะไปที่นั่น แต่ผมไม่อยากจะแสดงด้านซุ่มซามของผมให้พวกเขาเห็น…อย่างว่าผมจะหกล้มอย่างไร…
จุนซู: ไม่ นั่นไม่จริงนะครับ นั่นเกิดขึ้นน้อยมาก มีการฝึกตั้งหลายครั้งที่เราเล่นกันเอง
แจจุง: โอเค ผมจะไปหนึ่งในนัดพวกนั้นแล้วกัน ผมไม่คิดมากกับตอนที่เราเล่นกันเอง แต่ว่ามันกดดันมากเลยนะครับเวลาผู้สื่อข่าวอยู่ที่นั่นและแฟนๆก็ถ่ายรูปกัน หมดเลย
จุนซู: มันเป็นเรื่องที่ทำให้แทบบ้าเลยตอนแรกนะ มันเป็นอย่างนั้นจริงๆ
แจจุง: อาจจะมีผู้ชมในนัดที่เขาเล่นมากกว่านัดแข่งอาชีพซะอีก

Q: แจจุง คุณทำอาหารในตอนสุดท้ายของ Protect the Boss และฉันได้ยินมาว่าคุณทำอาหารเก่งจริงๆ ด้วย
แจจุง: ใช่ครับ ผมทำทุกอย่างในฉากนั้นเองหมดด้วยนะ

Q: มีอาหารของเขาอันไหนที่คุณจะแนะนำได้บ้าง
จุนซู: ข้าวผัดกิมจิ และซุปกิมจิ! และก็มีซุปอย่างหนึ่งที่เขาทำโดยการใส่ของที่เหลือๆ ลงไปหมด
ยูชอน: เราไม่ได้อยู่ด้วยกันอีกแล้ว ก็เลยมีไม่ค่อยมีโอกาสให้เราได้กินฝีมือการทำของเขาเท่าใดนัก แต่ผมรู้สึกว่าเขาเป็นคนทำอาหารได้เยี่ยมมาก แต่ก่อน เขาจะทำอาหารจากอะไรก็ตามที่เรามีเหลือ และเขาก็ทำอาหารรสจัดๆ ได้เยี่ยมด้วยนะครับ
จุนซู: แถมเขายังทำได้โดยไม่ใช้ผงปรุงรสอะไรเลย! เขาภูมิใจในตัวเองเกี่ยวกับเรื่องนั้นมากเลยด้วย
แจจุง: ผมคิดว่าถ้าผมเกิดในสมัยก่อน ผมคงได้เป็นจังกึม (ผู้ปรุงอาหารชั้นเลิศที่ได้กลายเป็นแพทย์หญิงคนแรกในประวัติศาสตร์เกาหลี)

Q: คุณคงนึกถึงวันที่คุณเคยใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันซินะ
จุนซู: เขาเคยทำอาหารให้เรากินบ่อยๆ ตอนอยู่ญี่ปุ่น ของอย่างอาหารว่างตอนเที่ยงคืน
แจจุง: จุนซูไม่ค่อยจะกินมันเยอะเท่าไหร่นะซิครับ
จุนซู: ผมไม่ค่อยกินของว่างพอดึกแล้ว
แจจุง: ยูชอนกับผมคือคนที่กินเยอะ และก็ชางมิน…

Q: พวกคุณยังไม่ได้ติดต่อกับสมาชิกของ TVXQ อีกหรือ
ยูชอน: ยังครับ
แจจุง: โปรดยอมให้เรา(ติดต่อ)ด้วย
ยูชอน: พวกเขาอยู่ในฝันของผมบ่อยๆ
แจจุง: พวกเขาอยู่ในฝันของผมหลายครั้งเหมือนกัน และมีอยู่ครั้งหนึ่งที่พวกเขาอยู่ในฝันของพวกเราทั้งสามคนพร้อมกัน มันรู้สึกเหมือนกับว่าเวลาได้ผ่านไปนานแล้วถึงแม้ว่าอาจต้องการเวลาอีกสัก พัก แต่ในกรณีของเรา ความเข้าใจผิดและความขมขื่นหลายอย่างที่สะสมมาในระยะเวลาที่ผ่านมาและจากการ ที่แยกจากกันได้หายไปแล้ว ดังนั้นเราจึงอยากจะพบพวกเขาถ้าหากเราทำได้และคุยกับพวกเขา

Q: เรื่องราวที่เกี่ยวพันกับวงของพวกคุณนั้นต่างก็เชื่อมไปถึงปัญหาที่คุณมีกับ บริษัทเก่าของคุณ และแฟนๆของคุณอาจจะเป็นคนที่กังวลถึงพวกคุณมากที่สุด ดังนั้นคุณมีอะไรที่อยากจะกล่าวกับพวกเขาบ้างไหม
จุนซู: เราเริ่มต้นด้วยการเป็นนักร้อง และอยากจะทำอาชีพของเราต้องไปในฐานะนักร้องให้นานที่สุดเท่าที่เราจะทำได้ แต่เราก็ยังมีข้อจำกัดหลายอย่างเกี่ยวกับงานของเรา ดังนั้นเราจึงพยายามใส่ทุกอย่างลงไปในคอนเสิร์ตของเรา นั่นคือสาเหตุที่ไม่ว่าจะเป็นในคอนเสิร์ต การแสดง แฟนอีเวนท์ หรือแฟนมีทติ้ง พวกเราต่างก็พยายามที่จะพบและสื่อสารกับแฟนๆ ของเราโดยตรง ความพยายามของเราอาจจะไม่เพียงพอสำหรับแฟนๆของเรา แต่เรากำลังพยายามให้ดีที่สุดที่จะพบในแบบทั่วๆไปที่สามารถทำได้

No Copyright infringement intended
Source: 10asia
แปลไทย: 3rebelangels.wordpress

JYJ: “ในฐานะวงบอยแบนด์ JYJ…”

Written on October 9th, 2011 by Korean Star - Thailandno shouts

(T/N: สัมภาษณ์ชุดนี้จะคล้ายๆกับที่ลงกันไปแล้วนะคะ แต่จะมีบางจุดที่แปลกันต่างไปบ้างและแบ่งค่อนข้างชัดเจนว่าใครเป็นคนพูดอะไร โดยเฉพาะในตอนที่ 2 และนี่เป็นสัมภาษณ์ชุดเดียวกันกับที่ลงใน viki.com แต่รบอจ.ไปหาต้นขั้วของคำแปลภาษาอังกฤษของสำนักข่าวเอง ซึ่งแบ่งเป็น 2 ตอนค่ะ)

JYJ กลับมาพร้อมกับอัลบั้มชุดใหม่ ซึ่งเป็นการออกอัลบั้มภาษาเกาหลีชุดแรกของพวกเขาในฐานะทรีโอ้ แต่ก็ยังไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนไปมากนักสำหรับอาชีพนักร้องของพวกเขานับตั้งแต่ พวกเขาออกอัลบั้มภาษาอังกฤษที่ปล่อยไปทั่วโลกในฐานะ JYJ เมื่อปลายปีก่อน เนื่องจากความขัดแย้งกับบริษัทเก่าของพวกเขาในตอนที่พวกเขายังทำกิจกรรมใน ฐานะ TVXQ และเนื่องจากเพลงในอัลบั้มใหม่ของพวกเขาแต่ง และ/หรือ เขียน เกือบทั้งหมดโดยสมาชิกของวง คิมแจจุง ปาร์คยูชอน และคิมจุนซู มันจึงอัดแน่นไปด้วยความคิดและความรู้สึกอย่างตรงไปตรงมาของพวกเขาในช่วงปี ที่ผ่านมา

10Asia ได้เข้าร่วมงานแถลงข่าวซึ่งจัดขึ้นพร้อมกับการออกอัลบั้ม “In Heaven” และได้รับฟังถึงการทำงานของพวกเขาทั้งในฐานะกลุ่มและเดี่ยว

Q: คุณได้แต่งเพลงมากมายในอัลบั้มนี้ คุณรู้สึกอย่างไรบ้าง?
แจจุง: เยี่ยมมากเลยครับ ก่อนอื่นคงต้องบอกว่าผมรักมันมาก และในอีกทาง ผมคิดว่านี่เป็นอัลบั้มที่รวบรวมความทรงจำและเรื่องราวเบื้องลึกเกี่ยวกับ พวกเราเองในช่วงปีที่ผ่านมาไว้มากมาย ดังนั้นในขณะที่เรารู้สึกภูมิใจกับมันมาก มันก็เป็นอัลบั้มหนึ่งที่รวมความรู้สึกอาลัยอาวรณ์ไว้มากเช่นกัน ในขณะเดียวกัน เราไม่สามารถกล่าวได้ว่าเราทำเพลงแต่ละเพลงเพียงเพื่อมารวมในอัลบั้มนี้ เพราะอันที่จริงแล้วเราทำเพลงขึ้นมาทีละเพลงเพื่อคอนเสิร์ตของเราเนื่องจาก เราไม่สามารถแสดงผลงานเพลงของเราเพื่อแฟนๆ ในที่สาธารณะอย่างโทรทัศน์ได้ด้วยเหตุผลบางประการ ดังนั้นมันจึงมีความหมายที่แตกต่างออกไปสำหรับเรา

Q: พวกคุณแต่ละคนทำเพลงของคุณร่วมกับสมาชิกในวงที่เหลืออย่างไร
แจจุง: เรามีเคมีที่เข้ากันได้เป็นอย่างดีเพราะเราอยู่ด้วยกันมานานจนเรารู้จุดแข็ง และจุดอ่อนของแต่ละคน ดังนั้นเราต่างก็รู้ว่าท่อนไหนจะให้ใครและจะแบ่งท่อนไหนอย่างที่มันเป็นโดย ไม่ต้องพูดอะไร
จุนซู: ผมมักจะถามความคิดเห็นของทุกคนและพยายามที่จะไตร่ตรองถึงสิ่งที่พวกเขาพูด เพราะเมื่อทำแบบนั้น เราจะได้สิ่งที่แม้แต่ผมก็ไม่ได้คิดมาก่อน และนั่นแสดงให้เห็นว่าเราเชื่อใจกันและกันขนาดไหนเมื่อพูดถึงเรื่องดนตรี นั่นคือสาเหตุว่าทำไมผมจึงคิดถึงความเห็นของพวกเขาในการตัดสินใจเลือกชื่อ เพลงของผม

Q: เพลงแบบไหนที่คุณคิดถึงสำหรับเพลงของคุณ?
จุนซู: จริงๆแล้วผมทำเพลง “Mission” และ “Fallen Leaves” และกับ “Mission” นั้น ผมพยายามที่จะสร้างทำนองที่มีจังหวะเข้มแข็งและเสียงที่ให้ความรู้สึกยิ่ง ใหญ่ด้วยความคิดที่ว่าอัลบั้มนี้ควรจะมีเพลงที่เหมาะสำหรับการแสดงบนเวที และสำหรับ “Fallen Leaves” ผมเขียนทำนองก่อนและเขียนเนื้อเพลงให้มันประมาณตอนตีสองตีสามเมื่อตอนที่ผม อยู่ที่ไต้หวัน และผมอยากจะร้องในสิ่งที่ผมรู้สึกจากข้างในแต่ไม่สามารถอธิบายออกมาภายนอก ได้ คำว่า “เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง” ของคอรัสในช่วงท้ายเพลงนั้นควรจะมีร้องเพียงแค่ครั้งเดียว แต่ผมอยากให้สมาชิกในวงได้แสดงความรู้สึกออกมาเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงเป็นยูชอนร้องหนึ่งครั้ง แล้วก็แจจุง และผม…ทั้งหมดสามรอบ “เริ่มต้นใหม่อีกครั้ง” เป็นข้อความที่ผมอยากจะส่งออกไปถึงผู้คนมากที่สุด

Q: ดูเหมือนว่าคุณจะใช้เวลาและความพยายามในการแสดงโชว์ดังนั้นมันต้องเป็น เรื่องน่าเสียดายมากที่สถานีโทรทัศน์และวิทยุอย่าง KBS ประกาศว่ามันไม่เป็นไปตามกฎของสถานี
แจจุง: มันน่าผิดหวังแต่มันก็เกิดขึ้นบ่อยครั้ง แม้แต่สำหรับศิลปินคนอื่นๆก็เกิดขึ้นอย่างน้อยครั้งหรือสองครั้งเช่นกัน ดังนั้นเราจึงไม่ได้ผิดหวังในเรื่องนั้นในตอนแรก…มันเคยเกิดขึ้นกับเราเมื่อ เราเป็น TVXQ เช่นกัน แต่ผมคาดว่าประเด็นในตอนนี้ก็คือ “ทำไม” มันจึงไม่ผ่านการตรวจสอบ ขั้นตอนที่ต้องผ่านซึ้งพวกเขาสร้างวลีนั้นโดยใช้การตัดสินตามอำเภอใจและ จินตนาการของพวกเขาเอง โดยไม่ถามคนแต่งเพลงถึงความหมายแม้แต่เพียงครั้งเดียว และก็กล่าวว่ามันไม่เป็นไปตามมาตรฐานของพวกเขา นั่นคือสิ่งที่แปลกและน่าผิดหวังสำหรับเรา

Q: ถ้าอย่างนั้น จริงๆแล้วมันหมายความว่าอะไร
แจจุง: Performer Success Museum (T/N พิพิธภัณฑ์แห่งความสำเร็จของผู้แสดง) ทุกคนย่อมต้องการเห็นชีวิตของตัวเองประสบความสำเร็จ แต่ความสำเร็จนั้นจะเป็นไปได้ก็ด้วยการช่วยเหลือจากองค์กรใดองค์กรหนึ่งที่ คนๆนั้นได้รับความช่วยเหลือหรือการฝึกฝนจากอีกคนหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น ถ้าหากโรงเรียนหรือสถาบันการศึกษาจัดเป็นพิพิธภัณฑ์ คนในองค์กรนั้นโกหกกับผู้คนที่กำลังค้นหาความหวัง พวกเขาแกล้งทำเป็นบอกกับคนเหล่านั้นว่า “เราเพียงแต่ต้องการช่วยเหลือคุณ โดยไม่สนว่าต้องการสิ่งชดเชยทางวัตถุอย่างไร” นั่นคือสิ่งที่เราพยายามจะบอก แต่การคิดเอาเองว่ามันหมายถึง President Soo-man (T/N ประธานซูมาน) และบอกอย่างนั้นกับผู้แต่งเพลงเองมันเป็นการไม่เคารพกัน

Q: เนื่องจากมันเป็นเรื่องยากสำหรับคุณที่จะโปรโมทดนตรีของคุณทางโทรทัศน์ คอนเสิร์ตอาจจะเป็นหนทางที่ดีที่สุดสำหรับคุณในการพบปะกับแฟนๆ ดังนั้นฉันจึงเดาว่าคุณคงพยายามทำให้มันพิเศษยิ่งกว่าเดิม
แจจุง: เมื่อเราจัดคอนเสิร์ต เรามักจะแบ่งเวลาพูดคุยกับแฟนๆของเราเยอะๆ ถึงขั้นที่คุณอาจจะบอกไม่ได้เลยว่ามันเป็นคอนเสิร์ตหรือแฟนมีทติ้ง เพราะเรามีทางให้สื่อสารกับแฟนๆ ได้น้อยมาก นั่นคือเหตุผลว่าทำไมเราจึงมุ่งเน้นงานด้านร้องเพลงของเราไปที่การแสดง คอนเสิร์ต และถึงว่ามันจะเป็นเรื่องยาก แต่เราก็พยายามที่จะแสดงทุกเพลงของเราและพูดคุยกับแฟนๆของเราให้มากที่สุด เท่าที่เราจะทำได้ ถึงแม้เมื่อเรามีธีมเตรียมไว้แล้วในแต่ละคอนเสิร์ต เราก็มักจะจบลงด้วยการทิ้งมันและก็แค่เล่นไปเรื่อยๆ

Q: คุณจะมีธีมอะไรสำหรับคอนเสิร์ตในยุโรปที่กำลังจะมาถึงบ้างไหม
ยูชอน: เราไม่ได้พยายามที่จะเปลี่ยนแนวของเราให้เข้ากับสถานที่ที่เราแสดง เราอาจจะเปลี่ยนลำดับเพลงบ้างแต่โดยรวมแล้ว เราพยายามที่จะหลอมรวมแนวทางที่เป็นเอกลักษณ์ของเราเองกับวัฒนธรรมของประเทศ ที่เราไป

Q: มันไม่ยากหรือที่จะคาดเดาว่าจะมีคนมาเท่าใดในประเทศอย่างสเปน
จุนซู: ‘เราจะสามารถทำมันได้หรือเปล่านะ’ มันเป็นสิ่งเดียวกันที่เราพูดถึงทัวร์ในอเมริกาเหนือของปีนี้เพราะเราเคยไป ลอสแองเจลิสมาก่อนแต่ไม่เคยไปแวนคูเวอร์ นิวยอร์ค และไม่ต้องคิดถึงนิวเจอร์ซีย์เลย แต่เราก็ได้รับรู้ว่าจริงๆแล้วมีแฟนๆ มากมายที่รอเราในเมืองเหล่านั้นมากกว่าที่เราคาดคิดไว้ ดังนั้นเราจึงรู้สึกกดดันและกังวลแต่เราก็พยายามที่จะคิดในแง่บวกครับ การที่พวกเรามาไกลถึงขนาดนี้เองก็นับเป็นปาฏิหาริย์แล้ว ดังนั้นเราจึงกำลังหวังไว้ว่าปาฏิหาริย์เหล่านั้นจะเกิดต่อไป และเรายังเพิ่งได้ยินมาว่าบัตรว่า 80 เปอร์เซนต์ของโชว์ที่สเปนขายออกไปแล้ว ดังนั้นเราจึงดีใจกับเรื่องนี้มาก

Q: แน่นอนว่าคอนเสิร์ตของคุณอาจจะทำได้ดีเช่นนี้เพราะคุณมีฐานแฟนๆ อยู่แล้ว แต่คุณก็ต้องหาแฟนเพลงใหม่ๆเพิ่งขึ้นเช่นกัน คุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้บ้าง
จุนซู: สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกจริงๆ หลังจากยูชอนจบจากละคร “ซองกยุนกวาน แสกนดัล” …ผมยังไม่แน่ใจเกี่ยวกับแจจุงในตอนนี้เพราะ “Protect the Boss” เพิ่งจบลง…ก็คือว่าเราได้แฟนๆ เพิ่มขึ้นมาแบบชุดใหม่หมดเลย ผมเคยจดจำใบหน้าของแฟนส่วนใหญ่ได้ อย่างน้อยก็หน้าของพวกเขา ถึงจะจำชื่อไม่ได้ก็ตาม เพราะเราเคยเห็นพวกเขาบ่อยๆ แต่แฟนใหม่ๆที่เรามี….พวกเขาต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง ในแง่การแต่งตัวของพวกเขาหรือ..และดูเหมือนว่าพวกเขาบางคนจะไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าจริงๆแล้วเขาเป็นนักร้อง พวกเขาคิดว่าเขาเป็นนักแสดงหน้าใหม่แต่เพิ่งมารู้ว่าเขาเป็นนักร้องและก็ สงสัยว่าใครคือผู้ชายอีกสองคนที่อยู่ข้างเขากัน
แจจุง: พวกเราโชคดีมากจริงๆ ฐานแฟนของนักร้องนั้นปกติแล้วมักจะอยู่คงที่หรือเปลี่ยนไปแต่เรามีแฟนๆ ที่กำลังโตไปกับเราพร้อมๆกับได้แฟนใหม่ๆ และแฟนรุ่นอายุมากกว่า ผมจึงคิดว่าเราโชคดีมากเลยครับ (หัวเราะ)

No Copyright infringement intended
Source: 10asia
แปลไทย: 3rebelangels.wordpress

ผู้ชมของละคร “Protect the Boss” ร่วมให้ความคิดเห็นเรื่องการแสดงของแจจุง

Written on October 8th, 2011 by Korean Star - Thailandno shouts

- แจจุง สิ่งล้ำค่าอีกสิ่งหนึ่งที่เจอในละครเรื่อง Boss

จริงๆ แล้วในสมาชิกวงทงบังชินกิทั้งหมด แจจุงเป็นนักร้องที่สำหรับเราแล้วมีเสน่ห์น้อยที่สุด ดังนั้นเราเลยประหลาดใจตอนที่ดูละครเรื่อง Boss ค่ะ “แจจุงเท่ได้ขนาดนี้เลยเหรอ???” *หัวเราะ* เพราะว่าแจจุงเท่มากๆ แม้ว่าเรารู้ว่าอึนซัลและจีฮุนจะได้อยู่ด้วยกัน เราก็แอบเชียร์คู่ซัลวอนอยู่เงียบๆ ค่ะ ในตอนสุดท้าย เขาไปได้ดีกับนายุนและอยากจะลืมอึนซัลไปแล้วเรียบร้อย เรารู้สึกเสียใจหน่อยๆ นะคะ แต่ทั้งสองคนดูน่ารักมากๆ เลย ^^ มันดูเหมือนว่าแจจุงประสบความสำเร็จในฐานะนักแสดง ไม่สิ เขาประสบความสำเร็จไปแล้วอย่างแน่นอนค่ะ

เทียบกับตอนแรกๆ สีหน้าและท่าทางของเขาเป็นธรรมชาติมากขึ้น แสดงให้เห็นถึงการพัฒนาอย่างมาก เพราะนี่เป็นละคร (ในประเทศ) เรื่องแรกของเขา เขาเก่งมากๆ ค่ะ ต้องขอบคุณแจจุง ทุกวันนี้เราดาวน์โหลดและฟังเพลงของ JYJ เรากลายเป็นแฟนของ JYJ ไปแล้วค่ะ ^^

(โดย 음음 http://gall.dcinside.com/list.php?id=boss&no=16333&page=3&bbs;=)

- พอได้อ่านความคิดเห็นแล้ว เราคิดว่าชามูวอนมีความหมายมากต่อแฟนๆ ของคุณคิมแจจุง

ดังนั้นเราก็ไม่รู้จะพูดมากกว่านี้ยังไง แม้จะอยากพูด ตอนนี้เราเบลอๆ หน่อยค่ะเพราะละครเพิ่งจบ.. เราคิดอะไรไม่ออกและสมองก็ยุ่งไปหมด เพราะแฟนๆ ของคุณคิมแจจุงพูดเรื่องการได้เห็นสถานการณ์ปัจจุบันของคุณคิมแจจุงผ่าน มูวอน หัวใจเราสั่นและเรามีความรู้สึกอึดอัด การต้องแบกรับความเป็นจริงที่หนักหนาไว้ บนถนนแห่งความจริงที่เขากำลังก้าวเดินอยู่นั้นคงทับซ้อนเข้ามา

มูวอนเป็นตัวละครในจินตนาการและอนาคตของเขาสามารถเป็นไปได้ดีขึ้นกับ จินตนาการของเรา ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะเป็นประธานกรรมการผู้จัดการบริษัทที่ดีและฝ่าความ ยากลำบากใดๆ ไปได้ เพราะเขาคือชามูวอน

แต่มันมีความยุ่งยากในโลกความเป็นจริงที่เรากำลังอาศัยอยู่เสมอ

ได้เห็นคุณแจจุงในขณะที่เหน็ดเหนื่อยมาก สงสัยกับความคิดแย่ๆ ผ่านทวิตของเขา เรายิ่งรู้สึก… แม้ว่าเราจะรู้ว่าเขาจะเอาชนะไปได้และก้าวต่อไปข้างหน้าอย่างภาคภูมิ พอได้เห็นความเป็นจริงเบื้องหน้า หัวใจของเราก็ห่อเหี่ยว ความมุ่งมั่นของมูวอนทำให้เราภูมิใจ แต่รู้สึกข่มขื่นเล็กๆ ดังนั้นการสนับสนุนอนาคตของเขาและการต้องทนกับเรื่องน่าหงุดหงิดนั้นแตกต่าง กันมาก

คุณทำได้ยอดเยี่ยมค่ะคุณแจจุง เราสนับสนุนสิ่งที่คุณเลือกอย่างสุดหัวใจ เพราะมูวอนได้จากไปแล้ว แต่คนหนุ่มที่กำลังพยายามอย่างหนักปรากฎตัวขึ้นต่อหน้าเรา ความเป็นคนรุ่นใหม่ของคุณแจจุงและ JYJ…

(โดย 끌림그리고봄 http://gall.dcinside.com/list.php?id=boss&no=16377&page=1&bbs;=)

- จริงๆ แล้วตอนที่ดูละครเรื่อง Boss เราคิดว่าโลกที่มูวอนและแจจุงต้องต่อสู้นั้นมีส่วนเหมือนกันเยอะค่ะ ดังนั้นเราเลยรู้สึกเห็นใจเขามากขึ้น โดยเฉพาะตอนที่สิบกว่าๆ พอมองไปยังสายตาที่เศร้าสร้อยของมูวอน เรารู้สึกถึงหัวใจที่หนักอึ้ง “แจจุงก็เป็นแบบนั้นเหมือนกัน”… วันนี้เราก็ได้ยินบทของมูวอนเป็นคำพูดของแจจุงเอง ดังนั้นเราคิดว่าสำหรับแฟนๆ ของแจจุงแล้ว มูวอนเป็นตัวละครที่พิเศษจริงๆ ค่ะ เพราะงั้นเราก็เลยเชียร์คู่ซัลวอนในขณะที่หวังว่าแจจุงจะได้รับการปลอบใจ อย่างที่มูวอนได้รับกำลังใจจากอึนซัลค่ะ

(โดย 무원앓이)

- นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมชามูวอนถึงมีความหมายที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น เพราะสถานการณ์ที่แจจุงต้องเผชิญนั้นซ้อนทับกับของมูวอนอยู่ค่ะ ดังนั้นเราจึงสนใจมูวอนมากและคิดว่าเขาได้ก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ ด้วยสิ่งที่เรียกว่า “ความเป็นคนรุ่นใหม่” เรายังคิดแบบนั้นอยู่แม้กระทั่งตอนที่ละครจบไปแล้ว บางทีความเป็นจริงที่แจจุงอยู่อาจมีเรื่องราวบีบคั้นมากกว่าละครอีก.. ถึงอย่างนั้น เพราะแจจุงได้ฝ่าอุปสรรคทีละอย่างมาได้อย่างดี เราไม่เป็นกังวลหรอกค่ะ เราจะแค่… ปกป้องและสนับสนุนภาพลักษณ์คนที่ทุ่มเททำงานหนักของเขาค่ะ…

(โดย ㄹㄹ)

- ไม่ว่าจะมองยังไง เรารู้สึกว่าเพราะมูวอนได้เจอกับคุณแจจุง ตัวละครจึงกลายเป็นสิ่งที่สมบูรณ์แบบที่สุดค่ะ มันยากที่จะจินตนาการคนอื่นในบทนี้… ไม่ได้หมายความว่านักแสดงคนอื่นๆ ที่รับบทแบบนี้แสดงได้เฉยๆ ทั้งหมดนะคะ แต่การรับบทเป็นชามูวอนในละครเรื่องนี้ ถ้าไม่ใช่คิมแจจุงแล้ว มันก็คงจะมีส่วนที่ยากๆ มากมาย ยอดเยี่ยมค่ะ.. เราคิดว่าเรามีช่วงที่เศร้าอยู่เยอะ เรามีความรู้สึกแบบถูกบีบคั้นแทนคุณแจจุงอยู่เรื่อย

(โดย 끌림그리고봄)

- ความรู้สึกฉับพลันถึงการพัฒนาของนักแสดงคิมแจจุง

การปรากฎตัวของดาราไอดอลในละครเป็นเรื่อง ที่พูดกันหนาหูเหมือนทุกครั้ง มีหลายต่อหลายคนที่ไม่ได้มีความสามารถแต่กลับรับบทแสดงนำ การแสดงของพวกเขาเละเทะค่ะ *หัวเราะ* พวกคุณรู้สึกว่ามันน่าหงุดหงิดเหมือนกันใช่ไหมคะ? เราไม่ชอบมันเหมือนกัน จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ชอบ แต่ก็แค่พูดน่ะ เราเข้าใจว่ามันไม่ใช่ความผิดของไอดอล “แสดงซะไม่งั้นก็ตาย” *หัวเราะ* แต่ถึงอย่างนั้น เราก็ต้องทนกับมันใช่ไหมคะ? มันไม่มีอะไรได้มาเปล่าๆ ในโลกนี้

ถ้าคุณแจจุงแสดงได้ธรรมดาๆ แบบนั้นเหมือนกัน เราพนันว่าเรตติ้งคงไม่ถึงระดับนี้แน่ *หัวเราะ* แต่เขาทำได้ดีค่ะ เราไม่สามารถแย้งเรื่องนี้ได้ มันเป็นข้อเท็จจริงที่เห็นๆ กันอยู่ ในตอนต้นๆ ของละคร เราไม่รู้จักนักแสดงที่ชื่อคิมแจจุงและคิดจริงๆ ว่าเขาเป็นนักแสดงหน้าใหม่ แต่ถ้าคุณลองคิดดูแล้ว นักแสดงหน้าใหม่ทุกคนต้องมีก้าวแรกที่เสี่ยงว่าความสามารถของพวกเขาจะไม่ เป็นที่ยอมรับ นักแสดงอันดับต้นๆ ครั้งหนึ่งก็เคยเป็นนักแสดงหน้าใหม่มาก่อน การแสดงของพวกเขาก็ถูกวิจารณ์มากมายเหมือนกัน

ตอนนี้คุณแบจองอคแสดงได้ดีแต่แต่ก่อนน่ะ เหรอคะ… ฮ่าๆ มันมีหลายๆ กรณีที่เป็นแบบนั้น ดังนั้นสุดท้ายแล้ว ศักยภาพในการพัฒนาเป็นส่วนที่สำคัญที่สุด บางทีพรสวรรค์ใหม่ๆ ที่ได้รับการค้นพบด้วยการรับบทแสดงนำเป็นกระแสของวงการบันเทิง สิ่งสำคัญคือว่าการแสดงของพวกเขาจะดีหรือไม่ พวกเขาจะสามารถสวมบทบาทของตัวละคร แล้วความรู้สึกจริงๆ ของพวกเขาสามารถกักเก็บไว้กับการแสดงได้หรือไม่… อะไรทำนองนั้น เราคิดว่าในตัวของนักแสดงทุกๆ คนมีมาตรฐานของความสำเร็จของตัวเองอยู่ค่ะ ดังนั้นดาราไอดอล ดาราหน้าใหม่ ดาราที่ยอดเยี่ยมโด่งดัง อะไรอื่นๆ ก็ไม่จำเป็นค่ะ พวกเขาจะเข้าใจตัวละครได้ดีแค่ไหน ซึมซับบทของตัวละครนั้นๆ ไปทุกๆ วัน ไม่เดินถอยหลังแต่พัฒนาไปข้างหน้า เราคิดว่านั่นดีที่สุดค่ะ

จริงๆ แล้วนักแสดงทุกคนดูเก้งก้างในช่วงแรกๆ ของละครเหมือนๆ กัน เราคิดอย่างนั้นนะคะ มันไม่ใช่เรื่องธรรมชาติเหรอ? การใส่เสื้อผ้าของคนอื่นและตั้งแต่ต้นก็ “ว้าว เหมือนตัวละครนั้นเป๊ะ!” ขนาดนั้นคงไม่ใช่ ผู้ชมต้องใช้เวลาในการซึมซับตัวละครและนักแสดงเองก็เหมือนกันค่ะ เราคิดว่านักแสดงที่สามารถปรับตัวกับรูปแบบนี้ได้ก็เป็นนักแสดงตัวจริง ตัวละครชามูวอนของคุณคิมแจจุงให้ความรู้สึกน่าพึงพอใจมากที่สุดสำหรับเราค่ะ นักแสดงคนนี้รู้จักตัวละครของเขาดีและสามารถถ่ายทอดความรู้สึกของตัวละครมา ยังผู้ชมได้ในทันที… เพราะเรามีความรู้สึกอย่างนี้กับทุกๆ ตอน เรามีความสุขกับการดูละครมากค่ะ

ตอนนี้มูวอนจากเรื่อง Boss ได้จากไปแล้ว แต่ในใจของเรา นักแสดงที่ชื่อว่าคิมแจจุงยังคงอยู่ในนั้นค่ะ

นี่เป็นข้อพิสูจน์ว่านักแสดงคิมแจจุงได้มีพัฒนาการในละคร ตอนนี้คุณคิมแจจุงแค่ต้องมุ่งมั่นกับเรื่องการแสดงต่อค่ะ
เรารู้สึกขอบคุณที่ได้เป็นแฟนของนักแสดงแบบนี้…คนที่ทำให้ผู้คนรู้สึกสบายใจ
มูวอนจ๋า เราจะตั้งตารอละครเรื่องต่อไปนะคะ

(โดย 끌림그리고봄 http://gall.dcinside.com/list.php?id=boss&no=16323&page=3&bbs;=)

- ตัวละครชามูวอนของคิมแจจุง

มันค่อนข้างละเอียดอ่อนที่ต้องรับบทชา มูวอน เราหมายถึงว่ามันไม่ได้ง่าย โดยเฉพาะนักแสดงหน้าใหม่ในละครเกาหลี ถ้าคุณพิจารณาถึงรายละเอียดทั่วไปของตัวละครนี้ มันไม่ได้มีความยากหรือโดดเด่นเป็นพิเศษ แต่ถ้ามองตัวละครรอบข้างมูวอน

ชาจีฮุน – ตัวละครแบบเด็กๆ
ประธานชา – พ่อของตัวละครแบบเด็กๆ
โนอึนซัล – ผู้ดูแลตัวละครแบบเด็กๆ
เซานายุน – ตัวละครแบบเด็กๆ ที่ใจหนึ่งอยากจะอยู่คนเดียว
แม่ของชามูวอน – ตัวละครแบบเจ้าหญิงไร้ความคิด

ในขณะเดียวกัน พอคุณพิจารณาอุปนิสัยและพื้นหลังของชามูวอน เขาเป็นตัวละครที่เท่และเอาจริงเอาจัง ท่ามกลางสถานการณ์แบบนั้น จะแสดงเป็นชามูวอนยังไงให้เข้ากับตัวละครเหล่านั้น? เป็นตัวละครที่เท่และสมบูรณ์แบบ ถ้าเขาเย็นชาและเป็นผู้ใหญ่ เขาก็จะไม่สามารถเข้ากับตัวละครอื่นๆ ได้แต่เขาก็จะเป็นคนไม่รู้จักโตไม่ได้เหมือนกัน ดังนั้นในช่วงแรกๆ เขาก็ไม่ค่อยแสดงสีหน้าอะไรเท่าไหร่นัก แต่ต่อๆ มาก็เริ่มแสดงอารมณ์มากขึ้น น้ำเสียงของเขาไม่ดังหรือฝืนมากเกินไป เหมือนการพึมพำละมั้งคะ (เหมือนเซาแทอุงในเรื่อง Slam Dunk? ฮ่าๆ) อีกอย่างคือมูวอนที่เข้ากับตัวละครแบบเด็กๆ อย่างจีฮุนซึ่งเหมือนกับเด็กชายมากกว่าผู้ใหญ่ก็แสดงให้เห็นถึงภาพที่ดูอ่อน โยน (โดยเฉพาะที่ฉากคู่กับอึนซัล)

อยู่ดีๆ เราก็คิดขึ้นมาว่า ถ้าตัวละครรอบข้างไม่ได้ดูเด็กๆ และตลกขบขัน คิมแจจุงอยากจะแสดงเป็น ‘ผู้ใหญ่เต็มตัว’ ที่ดูกร้านโลกและอันตรายไหมนะ? พอดูสีหน้าที่หลากหลายบนเวทีของเขาแล้ว มันก็ดูเหมือนจะมีความเป็นไปได้? อย่างไรก็ตาม เพราะนี่เป็นครั้งแรกสำหรับละครเกาหลีแบบนี้ คุณอาจจะบอกว่าการแสดงสีหน้าของตัวละครไม่ดีอย่างที่คิด

จะบอกยังไงดีว่า… มันไม่ใช่การแสดงแย่ๆ อย่างแน่นอน แต่การจะได้การยอมรับจากคนทั่วๆ ไปอย่างเต็มที่ มันอาจจะต้องแปลกน้อยกว่านี้สักหน่อย? อะไรทำนองนั้น (ความรู้สึกส่วนตัวของเรานะคะ) ถึงยังไง คุณรู้สึกไม่ชอบใจไหมคะ? ไม่หรอก ความแปลกนี้ไม่ใช่ปัญหาเรื่องการแสดง เราไม่รู้จะจัดตัวละครลึกลับของคิมแจจุงไว้ตรงไหน เราหมายความว่ามันยากที่จะอธิบายจริงๆ ค่ะ แต่เราคิดว่ามันเป็นเรื่องเชิงบวกมากกว่าเชิงลบสำหรับคิมแจจุง มันเป็นความแตกต่างจากคนอื่นๆ แบบมีเอกลักษณ์

เรารู้สึกว่าความแตกต่างนั้นค่อยๆ หายไปทีละตอนอย่างรวดเร็ว ซึ่งน่าประทับใจสำหรับเรามาก ไม่ว่าจะดีหรือไม่ดี เรารู้สึกว่ามันขึ้นกับรสนิยมส่วนบุคคล มันไม่ใช่อะไรที่จะต้องแก้ไข การบอกว่าเขามีความเป็นธรรมชาติที่รู้สึกกันได้ทั่ว หรือเราควรจะพูดว่าเขาพัฒนาได้เร็วอย่างกับตัวการ์ตูนดีคะ? แม้ว่ามันจะยังไม่ได้สมบูรณ์แบบ เขาทำให้เรารู้สึกคาดหวังถึงความสมบูรณ์แบบต่อไปค่ะ

(โดย 제이투크로니클 http://gall.dcinside.com/list.php?id=boss&no=10187&page=1&bbs;=)

- เหตุผลที่จับตามองอนาคตของนักแสดงคิมแจจุง

อารมณ์ มันไม่ใช่อะไรที่จะเค้นออกมาได้ง่ายๆ ที่สุดแล้วคุณจะต้องค้นหาความรู้สึกภายในใจที่ใกล้เคียงแล้วเทียบกับความ รู้สึกของตัวละครก่อนจะแสดงออกมาเป็นอารมณ์จริงๆ ของตัวละครนั้น นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมสิ่งที่สำคัญที่สุดคือนักแสดงจะต้องรู้จิตใจของตนเอง เป็นอย่างดี สำหรับเราแล้ว ไม่ว่านักแสดงจะต้องเรียนรู้เพิ่มเติมหรือมีประสบการณ์มากมายอยู่แล้ว เราจะคิดอยู่เสมอว่าเขาจะต้องค้นหาจิตใจของตัวเองก่อนแทนที่จะพยายามอย่าง หนัก “จิตใจของเราเต็มไปด้วยเรื่องอะไร?” “อะไรคือสิ่งที่เราขาดหายไป?”

จริงๆ แล้ว การมีประสบการณ์มากๆ ไม่ได้หมายความว่าจะแสดงได้ดี เหมือนกับการอ่านบทละครอย่างขยันหมั่นเพียรก็ไม่ได้หมายความว่าจะถ่ายทอด อารมณ์ทั้งหมดได้อย่างถูกต้อง ยิ่งกว่านั้น นักแสดงที่ค้นหาตัวเอง ถึงแม้จะมีความอายก็จะต้องยอมรับสิ่งที่เผยออกมา ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม แม้ว่ามันจะน่าอาย… นักแสดงไม่ควรจะกลัวการเปลือยตัวตนของตนเอง นี่เป็นพื้นฐานของการเป็นนักแสดง การแสดงตามสัญชาตญาณเป็นพลังในการก้าวข้ามความยึดติดนั้น

งานศิลปะทุกอย่างสามารถเป็นแบบนั้น แต่สุดท้ายแล้วมันคือการตัดสินใจ ณ ตอนนั้นที่เป็นตัวกำหนดการแสดง ไม่ว่าคุณจะซักซ้อมที่บ้านสักแค่ไหน แม้ว่าคุณจะสามารถค้นหาความรู้สึกนั้นในตอนซ้อม ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่กองถ่าย ถ้าคุณไม่สามารถค้นหาความรู้สึกและแสดงมันออกมาได้ มันจะเป็นความล้มเหลวครั้งใหญ่…

ผู้คนที่รู้เสมอว่าความรู้สึกภายในเต็มไป ด้วยอะไร รู้สึกถึงอารมณ์ของฉากนั้น ผสานความรู้สึกและแสดงออกมา ตอนนี้พวกเขาสามารถทำอย่างนั้นได้ เราคิดว่านักแสดงเหล่านั้นแสดงได้ดีมากๆ เราคิดว่าคุณแจจุงเป็นคนที่มีศักยภาพจะพัฒนาไปเป็นนักแสดงที่ดีได้ค่ะ ทวิตของเขา โดยเฉพาะอันที่เขาทวิตเมื่อละครตอนที่ 10 จบ ทวิตนั้นแสดงให้เห็นถึงการรู้ถึงความรู้สึกของตัวเองซึ่งชี้ถึงการแสดงที่ เต็มไปด้วยอารมณ์

เขาแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาในละครเพียง หนึ่งเรื่อง ได้รับกระแสตอบรับที่ดีในกองถ่าย เผยให้เห็นถึงความรู้สึกลึกๆ ของมูวอนด้วยการแสดงตัวตนของเขาอย่างเต็มที่โดยไม่ยั้ง… แทนที่จะเป็นคนเก็บตัว เขาเป็นคนที่ทุ่มเทตัวเองลงไปโดยไม่ลังเล ดังนั้นสุดท้ายแล้วเขาจะเป็นนักแสดงที่ดีค่ะ..

(โดย 끌림그리고봄 http://gall.dcinside.com/list.php?id=boss&no=16527&page=1&bbs;=)

Translated and shared by: PrinceJJ
Shared by: JYJ3
แปลไทย: ลูกแก้วใสกิ๊งระริ๊ง

แจจุงและจีซองในชุดสูทได้รับการตอบรับร้อนแรงจากชาวอินเทอร์เนท

Written on October 6th, 2011 by Korean Star - Thailandno shouts

 

จีซองและคิมแจจุงอวดออร่าของพวกเขาในฐานะ ผู้จัดการสำนักงานใหญ่ ทวิตเตอร์อย่างเป็นทางการของละครเรื่อง Protect the Boss ทางช่อง SBS ได้โพสต์รูปของคิมแจจุงและจีซองในตอนบ่ายของวันที่ 4 ตุลาคมด้วยข้อความว่า “เจ้าบ่าวและญาติของเจ้าบ่าวดูเหมือนพวกเขากำลังถ่ายทำโฆษณาชุดสูท ถ้ามีงานแต่งงานอย่างนี้ มันเลี่ยงไม่ได้ที่คุณจะต้องไปงานเลี้ยงรับรอง”

ในรูป จีซองผู้รับบทของเจ้าบ่าวและคิมแจจุงซึ่งเป็นผู้ร่วมงานกำลังใส่ชุดสูทและ ยืนหันหน้าเข้าหากัน จีซองดูหล่อเนี้ยบด้วยไทค์หูกระต่ายคิมแจจุงกำลังใส่สูทแบบกระดุมสองแถว กระแสตอบรับจากชาวอินเทอร์เนทนั้นร้อนแรง ชาวอินเทอร์เนทที่เห็นรูปของจีซองและคิมแจจุงมีกระแสตอบรับว่า: “ละครเรื่อง Protect the Boss ได้จบลงไปแล้วแต่ผู้จัดการสำนักงานใหญ่จะอยู่ในใจของเราเสมอนะคะ” “ทั้งจีซองและคิมแจจุงเท่ห์จังเลยค่ะ มันดูเหมือนว่าจะมีโฆษณาสูทสำหรับพวกเขาในเร็วๆ นี้จริงๆ นะคะ” “เราเสียใจที่จะไม่สามารถเจอจีฮุนและพระเจ้ามูวอนอีกแล้ว โปรดตัดสินใจเรื่องงานละครชิ้นต่อไปและมาพบกันอีกนะคะ”

ในขณะเดียวกัน ละครเรื่อง Protect the Boss ซึ่งจีซองและคิมแจจุงเล่นได้จบลงพร้อมกับคำชื่นชมจากผู้ชมในตอนที่ 18 เมื่อวันที่ 29 กันยายน

Source: Newsen
Translation Credit: JYJ3
แปลไทย: ลูกแก้วใสกิ๊งระริ๊ง
Older Posts »

Korean Star – Thailand : Partner Link

lovingu banner
faithloveyuchun
SHINee 1st Thailand Fansite

Korean Star – Thailand : Counter

free counters